สาระเพิ่มเติม เมื่อหลงป่า
การหลีกเลี่ยงจากโรคมาลาเรียและโรคจากไรอ่อน
มีธารน้ำ ปลายลำธาร
ย่อมมีบ้านคน
การ พิจารณาภูมิประเทศในการนอนพักแรมเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยเฉพาะในป่าเขา เพราะจุดพักแรมใดที่มีความชื้น จุดนั้นจะเป็นแหล่งเพาะยุงที่อาจมีเชื้อไข้มาลาเรีย บ่อยครั้งที่พบในป่าชื้นที่มีต้นไม้ขึ้นเป็นดง มีตะไคร่น้ำขึ้นเขียวพร้อมกับฟอสฟอรัสเรืองแสงเต็มไปหมด พรานสอนว่าอย่าไปลงแคมป์พักแรมเป็นอันขาดเลย เพราะที่ชื้นแบบนั้นรับรองมาลาเรียเพียบแต่ส่วนใหญ่พวกเราก็มักจะพักแรมกัน เนื่องจากสะดวกในการทำกิจกรรมทั้งการประกอบอาหารหรือชำระร่างกาย ดังนั้นเราจึงควรป้องกันไม่ให้ยุงและไรอ่อนกัดเราได้ โดยการสมเสื้อที่มิดชิด ทายาป้องกันยุงกันและแมลง และนอนในเต็นท์ หรือเปลที่มีมุ้งป้องกัน และในกรณีที่ออกจากป่าแล้วมีไข้สูงหนาวสั่น ถ้าไม่แน่ใจให้รีบพบแพทย์โดยด่วน เพื่อเจาะเลือดตรวจสอบ
ป้องกันสัตว์ป่าทำร้าย
เมื่อพวกเราต้องรอนแรมอยู่ในป่า อาจได้ยินเสียงช้างป่าร้องอยู่ใกล้ๆ หากเป็นเราท่านทั่วไป ก็มักจะคิดและนึกว่าสัตว์ป่าย่อมกลัวไฟเสมอ เลยมักจะก่อกองไฟกันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้มันเข้ามาใกล้เรา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั่นใช่ว่าสัตว์ป่ากลัวไฟ แต่ไฟที่ว่านั้นมันเป็นไฟป่าต่างหากที่พวกมันกลัว ไม่ใช่กองไฟย่อมๆที่พวกเราก่อ เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วช้างป่า มันจะวิ่งเข้ามาหากองไฟเพื่อหาความอบอุ่นเสมอ เพราะฉะนั้นดูให้ดีเสียก่อนล่ะว่ามีสัตว์อะไรอยู่แถวนั้น หากเป็นช้างป่าก็อย่าไปจุดกองไฟเชียวเดี๋ยวจะวิ่งกันกระเจิงแล้วหาว่าไม่ เตือนน่ะครับ แต่หากว่าเป็นสัตว์ป่าทั่วไป คงจะจุดไว้ได้เพื่อเป็นการป้องกัน
วิธีการก่อไฟ
เรามักจะพกไฟแช๊คหรือไม้ขีดเสมอเวลาเดินป่า แต่ถ้าสิ่งที่เรามี สร้างปัญหาใช้งานไม่ได้เวลาเปียกน้ำ หรือ ปัญหาอืน ๆ ฯลฯ
คำถามก็คือ เราจะสร้างไฟด้วยอะไร ได้อย่างไร
แท่งขีดไฟ
กับเชื้อไฟที่เราสามารถหาได้ในป่าเมืองไทย นั่นก็คือ ไม้ไผ่นั่นเอง
ไม้ไผ่ เป็นไม้ที่มีเนื้อแข็งและเหนียวมาก
นอกเหนือจากการทำเฟอร์นิเจอร์และภาชนะต่าง ๆ ไม้ไผ่แห้ง ๆ นี่เอง สามารถเป็นเชื้อตั้งต้นสำหรับการติดไฟที่ดีได้อีกด้วย
เริ่มจากการขูดไม้ไผ่ ให้ออกมาเป็นฝอย ๆ ดังภาพ
เมื่อได้ฝอยเล็ก ๆ ในจำนวนที่คาดว่าเพียงพอแล้ว ก็ฝานออกเป็นชิ้นที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาอีกนิด
แล้วฝานให้ใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย เพราะเมื่อไฟติดแล้ว ไม้ชิ้นนี้จะทำให้เปลวไฟของเรา เผาไหม้นานขึ้น
เพื่อจะได้น้ำกิ่งไม้ชิ้นเล็กชิ้นน้อย มาทำให้กองไฟของเรานั้นใหญ่ขึ้นตามลำดับ
เมื่อได้ฝอยไม้ไผ่ชิ้นเล็ก ๆ ตามต้องการแล้ว
ก่อนที่เราจะนำแท่งขูดไฟมาสร้างประกายไฟ เราควรจะฝอยเหล่านั้น มาปั้นให้มันแน่นขึ้นเสียหน่อย
เพราะเวลาที่ขูดไฟลงไป มักจะไปทำให้บรรดาฝอย กระจายออก จำทำให้ไฟติดยากขึ้น
มาต่อในเรื่องของการจุดไฟละครับทีนี้
จะว่าง่าย...ก็ไม่ยาก จะว่ายาก...ก็ไม่ง่ายนะครับ
หลาย ๆ ท่านที่เคยได้ใช้แท่งขูดไฟจะทราบดี ถ้าไม่มีเชื้อไฟแบบต่าง ๆ ที่มีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด
ก็อาจจะทำให้การสร้างไฟ ยากขึ้นมาอีกขั้น และหากถามผมว่าชอบแบบไหน เป็นไปได้ผมก็อยากจะตอบว่าผมขอใช้ไฟแช๊คดีกว่า และก็ดูแลรักษามันดี ๆ เวลาเข้าป่าก็เท่านั้นเอง
แต่ถ้าถึงขั้นที่จะต้องได้ใช้แท่งขูดไฟแล้วล่ะก็...แปลว่าผมคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ
ขนาดไฟแช๊กติดตัว ผมยังไม่สามารถรักษาไว้เพื่อให้ใช้งานได้สิ่งสุดท้ายที่ติดตัวอยู่ข้างเอวคงจะมีเพียงมีด แท่งขูดไฟที่ติดอยู่กับซองมีด และเชื่อไฟจากธรรมชาติที่มีให้เท่านั้น
เมื่อได้ฝอยไม้ไผ่ในจำนวนที่ผมคิดว่าพอแล้ว ก็เริ่มขูดกันเลยครับ
ง่าย ๆ ครับ ช้า ๆ เน้น ๆ หนัก ๆ ให้กลุ่มประกายไฟเกิดกันเป็นก้อนใหญ่ ๆ
ขูดลงไปบริเวณกลาง ๆ ของก้อนเชื้อไฟ
เน้น ๆ หนัก ๆ ขึ้นไปอีก เพื่อให้มีความร้อนเพียงพอต่อการติดไฟของเชื้อไฟได้
หลังจากที่ขูดแท่งขูดไฟไปทั้งหมดประมาณ 12 ครั้ง กับเป่าลม
เมื่อได้ต้นไฟมาแล้ว ก็เริ่มสานต่อกันด้วยฝอยชิ้นใหญ่ที่ทำไว้ครับ จะทำให้ไฟติดนานขึ้น
เพื่อจะได้ต่อยอดไฟให้ได้กองไฟที่ใหญ่ขึ้น