PROFILE
ชื่อ : ด.ญ.จินต์ศุจี ลีละสุลีธรรม
ชื่อเล่น : ต้นข้าว
วัน/เดือน/ปีเกิด : 14/4/43
ส่วนสูง : 154
น้ำหนัก : 44
โรงเรียน : สุราษฎร์พิทยา ชั้นม.2/12 เลขที่20
กรุ๊ปเลือด : o
วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
“มิวเซียมสยาม” (MuseumSiam) พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
เปิดประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์
“มิวเซียมสยาม” คือ พิพิธภัณฑสถาน ที่เน้นการสร้างประสบการณ์สดใหม่ในการชมพิพิธภัณฑ์
ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นต้นแบบของแหล่งเรียนรู้ที่น่ารื่นรมย์
และช่วยยกระดับมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ให้กับประชาชน
โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนไทย เกี่ยวกับการสร้างสำนึกในการรู้จักตนเอง
รู้จักเพื่อนบ้าน และรู้จักโลก รวมถึงการสร้างแนวคิดและภาพลักษณ์ใหม่ของ “พิพิธภัณฑ์” ในสังคมแห่งการเรียนรู้ ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้การเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นไปอย่างสนุกสนานยิ่งขึ้น
มิวเซียมสยาม
ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้น
ในการเปลี่ยนทัศนคติและมุมมองเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์
ให้กับประชาชนคนไทยส่วนใหญ่เลยก็ได้ว่า..
ทำให้พิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป
ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท่าเตียน ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
กรุงเทพฯ ตัวอาคารเป็นกระทรวงพาณิชย์เดิม
และเคยได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น
จากคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม
สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วยครับ
การจัดแสดงได้นำสื่อสร้างสรรค์ที่ทันสมัย เข้ามาช่วยสร้างความน่าสนใจ
ความเพลิดเพลิน และรุกเร้าความอยากใคร่รู้
ให้กับผู้เข้าเยี่ยมชมได้อยู่ตลอดเวลา
ที่สำคัญรูปแบบและการเรียงลำดับเนื้อหานั้น
สามารถอธิบายถึงความเป็นมาของคนไทย ทั้งในมิติทางด้านชาติพันธุ์
ศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี
จนกลายมาเป็นชนชาติไทยในทุกวันนี้ได้อย่างน่าประทับใจ ..
โดยทางพิพิธภัณฑ์ ได้ทำการแบ่งเนื้อหาออกเป็นโซนต่างๆ
ตามลำดับ ผ่านห้องทั้งหมด 17 ห้อง
ซึ่งพอจะจัดลำดับตามลักษณะของการให้ผู้ชมได้เห็นภาพคร่าวๆ ได้ดังต่อไปนี้..
( การเข้าชม จะให้เริ่มชมจากบริเวณชั้นที่ 1 ก่อน จากนั้นต่อไปยังชั้นที่ 3 ก่อนที่จะลงมาสิ้นสุด บริเวณชั้นที่ 2 กันครับ )
ช่วงที่ 1(ชั้นที่ 1) “สุวรรณภูมิ”
นำเสนอเรื่องราวของดินแดนสุวรรณภูมิและประเทศไทยในปัจจุบัน ย้อนกลับไปราว 3,000 ปีก่อนการรับพุทธศาสนาและศาสนาฮินดูเข้ามา จนกระทั้งกลายเป็นศาสนาหลักจนถึงปัจจุบัน มาเริ่มกันเลยนะครับ
ตึกเก่าเล่าเรื่อง
เป็นห้องมาแสดงประวัติความมา ของอาคารกระทรวงพาณิชย์เดิม ที่ผ่านการบูรณะเป็นอย่างดี จนกลายมาเป็นมิวเซียมสยามที่สวยงามในปัจจุบัน
ห้องเบิกโรง
เป็นห้องที่ทำการการเบิกตัวละครทั้งเจ็ด ที่จะพาผู้ชมทุกท่าน ย้อนกลับไปสู่เรื่องราวอันเป็นต้นกำเนิด จากสุวรรณภูมิสู่สยามประเทศ จนถึงประเทศไทย เพื่อค้นหาคำตอบว่าเราคือใคร และอะไรคือความเป็นไทยของเรา
ห้องไทยแท้
เป็นอีกห้อง ที่ทำให้เราเกิดความอยากรู้ว่า ไทยแท้คืออะไร และเป็นอย่างไรจึงเรียกได้ว่าไทยแท้
ช่วงที่ 2 (ชั้นที่ 3) ”สยามประเทศไทย”
นำเสนอเรื่องราวการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ซึ่งถือว่าเป็นราชอาณาจักรใหญ่ ที่ครอบคลุมดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันเกือบทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นจุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในการกำเนิดขึ้นของ “สยามประเทศไทย” นั่งเอง
เปิดตำนาน สุวรรณภูมิ
เป็นห้องที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางสังคม ก่อนที่จะมาเป็นบรรพบุรุษชาวสุวรรณภูมิ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า “สุวรรณภูมิ” คือชื่อที่ชาวโลกเมื่อประมาณ 3,000 ปีก่อน ใช้เรียกดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์ทางทิศตะวันออกของอินเดีย ส่วนหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้มีกรุงเทพฯ ที่ยังนอนสงบนิ่งอยู่ใต้ทะเล ซึ่งการศึกษาโครงกระดูก หลุมฝังศพ และอารยธรรมที่ฝังอยู่ใต้ดินทำให้รู้จักดินแดนแห่งนี้มากขึ้น
ห้องสุวรรณภูมิ
เป็นห้องที่ทำให้รู้จัก “สุวรรณภูมิ” ดินแดนแห่งความมั่งคั่งผ่านทางผู้คน การเกษตร การค้า การสร้างเมือง เทคโนโลยีแห่งโลหะ และความเชื่อ (ผี-พราหมณ์-พุทธ) ซึ่งจะทำให้รู้ว่าสุวรรณภูมิ คือ รากเหง้าของประเทศไทย
ห้องพุทธิปัญญา (Buddhism)
สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหัวใจของพุทธศาสนา ซึ่งมี คาถา เย ธมฺมา (อ่านว่า เย-ทำ-มา) แปลว่า สิ่งทั้งหลายมีเหตุผลเป็นแดนเกิด คาถายอดนิยมแห่งสุวรรณภูมิ มูลเหตุแห่งความใจกว้างและความรักสันติ
กำเนิดสยามประเทศ
การนำเสนอด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นนานาแว่นแคว้นต่างๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นนครรัฐ และสืบสานเรื่องราวของวีรบุรุษ ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาจากตำนานท้าวอู่ทอง ,เรื่องเล่าที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างเชื้อชาติและวัฒนธรรม ..
สยามประเทศ
กรุงศรีอยุธยามีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และด้วยอำนาจทางการเมืองที่กว้างไกล ทำให้สามารถควบคุมการผลิตภายในราชอาณาจักรได้ นอกจากนี้กรุงศรีอยุธยายังเป็นอาณาจักรที่อยู่ใกล้ทะเล จึงพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นศูนย์กลางการค้า ทางทะเลของภูมิภาค และสืบเนื่องจากการติดต่อค้าขายนี่เอง ที่ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างผู้คนและวัฒนธรรม เกิดเป็นความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมที่หลากหลายขึ้นในแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง การทหาร ภาษา และสถาปัตยกรรมต่างๆ ..
สยามยุทธ์
ห้องที่สื่อถึงการทำสงครามในสมัยอยุธยา รูปแบบของ กลยุทธ์ และนัยยะแห่งสงครามที่ซ่อนเร้นความซับซ้อน
ช่วงที่ 3 (ชั้นที่ 1) ”ประเทศไทย”
นำเสนอพัฒนาการของดินแดน ผู้คน และสังคมจากแบบจารีตมาสู่สังคมสมัยใหม่ในปัจจุบัน
แผนที่
ผืนดินตามธรรมชาติ คงไม่มีเส้นแบ่งใดๆ มาขวางกั้นผู้คน แต่เส้นพรหมแดนก็ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ล่าอาณานิคมเพื่อแบ่ง “เขา” สร้าง “เรา” และรวมไปถึงการสร้าง “ชาติ” ให้มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ
กรุงเทพ ใต้ฉากอยุธยา
เรื่องราวเมื่อครั้นสิ้นกรุงศรีอยุธยา ชาวกรุงศรีฯ ก็สร้างเมืองของพวกเขาขึ้นใหม่ บนผืนดิน “บางกอก” ซึ่งพวกเขาได้จำลองแนวคิดและสืบสานวัฒนธรรมมาจากเมืองเก่ามากมาย อีกทั้งเมื่อเริ่มสร้างกรุงใหม่ จึงได้เกณฑ์ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติมาร่วมช่วยกัน จนเมื่อสร้างเสร็จจึงลงหลักปักฐาน กลายมาเป็นชาวกรุงเทพฯ ในที่สุดครับ
ชีวิตนอกกรุงเทพฯ
ห้องที่สื่อให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และความฉลาดหลักแหลม ไม่ว่าจะเป็นของเล่น อุปกรณ์การดักสัตว์ เครื่องมือทำกิน ความเชื่อ และพิธีกรรม ที่แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะแห่งการสร้างสรรค์ และ วิถีเกษตรที่ผูกพันธ์กับชาวสยามประเทศจนมาถึงทุกวันนี้
แปลงโฉมสยามประเทศ
การเปลี่ยนโฉมสยามประเทศครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 5 และพร้อมกับเรื่องราวที่น่าติดตาม เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการต่างๆ ของสยามประเทศ
กำเนิดประเทศไทย
จากสยาม ทำไมกลายเป็นไทย ห้องนี้จะกระตุ้นให้เกิดการค้นหาคำตอบว่า “วันเกิดประเทศไทยคือวันที่เท่าไหร่” และ “กรมโฆษณาการมาเกี่ยวอย่างไร”
สีสันตะวันตก
เป็นท้องที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์โลกใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างมีชีวิต ชีวา ภายหลังความบอบซ้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทศวรรษ 1940 เศรษฐกิจที่กำลังรุ่งเรือง ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส เสียงเพลงแห่งความหวัง และสนุกสนาน กล่อมให้ผู้คนลืมความเจ็บปวดจากสงครามไปได้หมดสิ้น และประเทศไทยก็โกย “ดอลล่าร์” จากการเปิดอ้ารับวัฒนธรรมอเมริกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
เมืองไทยวันนี้
ผ่านกาลเวลามากว่า 3,000 ปี มีสิ่งใดบ้างที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนฝังตรึงเป็น “ดีเอ็นเอ” ของความเป็นไทย มีสิ่งดีๆ ใดบ้างที่ยังอยู่กับเราและมีสิ่งดีๆ ใดบ้างที่หล่นหายไปอย่างน่าเสียดาย ภาวะอันสับสนของคนรุ่นปัจจุบันน่าจะแก้ไขได้ หากทุกคนเรียนรู้ “ความเป็นไทยที่แท้จริง” ความเป็นไทยที่อยู่บนพื้นฐานของความหลากหลาย “ความเป็นไทยที่รู้จักเลือกรับและปรับใช้” นั่นคือ การผสมผสานสิ่งดีงามจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเรา
เมืองไทยมองไปข้างหน้า
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)




















